ไทย English
ไทย
English
ผลการค้นหา
{{product.displayName}} {{product.name}}
{{product.bundleABOPriceRange}}
{{product.variantABOPriceRange}}
{{product.aboPriceValue | formatPrice}}
brand-V2-BrandsCol1musthaveitemNavNode
brand-V2-BrandsCol1NutriliteNavNode
brand-navnode_000ZQMO8
brand-V2-BrandsColByNutriliteNavNode
brand-V2-BrandsCol1ArtistryNavNode
brand-V2-BrandsCol1AtomosphereNavNode
brand-V2-BrandsCol1EspringNavNode
brand-V2-BrandsCol1GllisterNavNode
brand-V2-BrandsCol1GHNavNode
brand-V2-BrandsCol1SatiniqueNavNode
brand-navnode_000ZQNG0
brand-V2-BrandsCol1XSEnergyNavNode
brand-V2-BrandsCol1AmwayHomeNavNode
brand-V2-BrandsCol1NutriplantNavNode
สมัครเป็นครอบครัวแอมเวย์วันนี้
พร้อมรับส่วนลดและโปรโมชันสุดพิเศษมากมาย
ประหยัดกว่า ซื้อสินค้าราคาสมาชิก
และสนุกกับการสะสมคะแนน Amplus point
รับเงินคืนสูงสุด 21% จากยอดสั่งซื้อทุกเดือน
พร้อมสิทธิพิเศษ เฉพาะนักธุรกิจเท่านั้น
กรุณาเตรียมบัตรประชาชนเพื่อใช้ในการสมัคร

คอลลาเจน

คอลลาเจน

คอลลาเจนคืออะไร?

คอลลาเจน (Collagen) เป็นโปรตีนที่มีมากที่สุดในร่างกายของเรา โดยคิดเป็น 1 ใน 3 ของโปรตีนทั่วร่างกาย คอลลาเจนเป็นส่วนประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของผิวหนัง ผม เล็บ กระดูก ข้อต่อ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น นอกจากนั้นยังพบคอลลาเจนได้ในส่วนอื่นๆ ของร่างกาย เช่น หลอดเลือด กระจกตา และฟัน เป็นต้น

คำว่า Collagen มาจากคำภาษากรีกว่า “kólla” ซึ่งแปลว่า “กาว” ดังนั้น คอลลาเจนจึงมีคุณสมบัติในการยึดเกาะสิ่งต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันคล้ายกาว

ร่างกายสามารถผลิตคอลลาเจนได้เอง แต่ในผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนลดลงและเส้นใยคอลลาเจนจะอ่อนแอลง สัญญาณอย่างหนึ่งที่มองเห็นได้คือ ผิวของคุณจะไม่เต่งตึง ความยืดหยุ่นอ่อนนุ่มลดน้อยลง มีอาการปวดตามข้อต่อเพราะกระดูกอ่อนอ่อนแอลงตามอายุ

คอลลาเจนในร่างกายที่พบมากสุด 3 ชนิด

คอลลาเจนมีกี่ชนิด?

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าคอลลาเจนมีหลายชนิด แตกต่างกันไปตามหน้าที่ในร่างกาย แต่ที่สำคัญและควรรู้จักมี 3 ชนิด ได้แก่ Type I, II, และ III

  • คอลลาเจนชนิดที่ 1 (Collagen type I) เป็นชนิดที่มีมากที่สุดในร่างกาย พบที่ผิวหนัง กระดูก
  • คอลลาเจนชนิดที่ 2 (Collagen type II) ทำจากเส้นใยที่หลวมกว่า และพบได้ในกระดูกอ่อนตามข้อต่อ
  • คอลลาเจนชนิดที่ 3 (Collagen type III) พบได้ในผิวหนัง กล้ามเนื้อ อวัยวะภายใน และหลอดเลือดแดง
สภาพแวดล้อมที่ต่างกัน ก็มีส่วนทำลายคอลลาเจนได้เช่นกันสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน ก็มีส่วนทำลายคอลลาเจนได้เช่นกัน

สิ่งที่ทำลายคอลลาเจน

พฤติกรรมทำลายคอลลาเจนที่ควรหลีกเลี่ยงมีดังนี้

  • การรับประทานน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสีมากเกินไป น้ำตาลขัดขวางความสามารถของคอลลาเจนในการซ่อมแซมตัวเอง ควรลดการบริโภคน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสีให้น้อยที่สุด
  • การได้รับแสงแดดมากเกินไป รังสีอัลตราไวโอเลตเป็นตัวการสำคัญที่ทำลายและลดการสร้างคอลลาเจน ควรหลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดมากเกินไป และป้องกันผิวด้วยการทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
  • การสูบบุหรี่ทำให้การสร้างคอลลาเจนลดลง แผลหายช้าลง และทำให้เกิดริ้วรอย

สารอาหารที่ช่วยเพิ่มคอลลาเจนในร่างกาย

คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่มีความพิเศษเพราะมีกรดอะมิโน 3 ชนิดที่พบได้น้อยในอาหารอื่นๆ ได้แก่

  • ไกลซีน (Glycine)
  • โพรลีน (Proline)
  • ไฮดรอกซีโพรลีน (Hydroxyproline) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนพิเศษที่สร้างจากโพรลีนและไลซีน

เมื่อรับประทานคอลลาเจนเปปไทด์ ร่างกายจะย่อยมันเป็นกรดอะมิโนเพื่อให้สามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและเดินทางไปทั่วร่างกาย จนไปถึงเซลล์ไฟโบรบลาสท์ (fibroblast) ซึ่งจะใช้กรดอะมิโนเหล่านั้นในการสร้างโปรตีนคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่การรับประทานคอลลาเจนทุกวันจะช่วยให้ผิวยืดหยุ่น ชุ่มชื้นขึ้น และลดริ้วรอยที่มองเห็นได้ หรือแม้กระทั่งช่วยลดอาการปวดข้อที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมในนักกีฬา

เราสามารถช่วยให้ร่างกายผลิตโปรตีนที่สำคัญนี้ได้โดยการรับประทานสารอาหารดังต่อไปนี้

  • วิตามินซี พบมากในผลไม้รสเปรี้ยว พริกหวาน และสตรอเบอร์รี
  • โพรลีน พบมากในไข่ขาว จมูกข้าวสาลี ผลิตภัณฑ์จากนม กะหล่ำปลี หน่อไม้ฝรั่ง และเห็ด
  • ไกลซีน พบมากในหนังหมู หนังไก่ และเจลาติน หรืออาหารที่มีโปรตีนสูงต่างๆ
  • ทองแดง พบมากในเนื้อสัตว์ เมล็ดงา ผงโกโก้ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และถั่วเลนทิล

นอกจากนี้ ร่างกายของเรายังต้องการโปรตีนคุณภาพสูงที่มีกรดอะมิโนที่จำเป็นในการสร้างโปรตีนใหม่ เช่น โปรตีนจากพืชซึ่งเป็นแหล่งของกรดอะมิโนชั้นยอด

สภาพผิวที่ดีเกิดจากคอลลาเจนสภาพผิวที่ดีเกิดจากคอลลาเจน

ใต้ผิวหนังประกอบด้วย

คอลลาเจนและอีลาสติน ที่ทำงานร่วมกันช่วยเพิ่มความแข็งแรง ทำให้ผิวเรียบเนียน ยืดหยุ่นกระชับ และ กรดไฮยาลูโรนิก มีหน้าที่กักเก็บน้ำในผิว ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น

ประโยชน์ของคอลลาเจน

มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนที่น่าสนใจ การศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าการเสริมคอลลาเจนอาจช่วยดูแลสุขภาพของผิวหนัง การทำงานของกล้ามเนื้อ และลดความเจ็บปวดที่เกี่ยวข้องกับโรคข้อเข่าเสื่อมได้ แต่ที่เราคุ้นเคยกันมากที่สุดคือ ประโยชน์ของคอลลาเจนต่อสุขภาพผิว

  • ในงานวิจัยโดยแอมเวย์ประเทศจีน ให้ผู้หญิง 62 คนที่มีภาวะฝ้าที่ใบหน้า รับประทานผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยคอลลาเจนเปปไทด์ เปปไทด์จากถั่วเหลือง และสารสกัดจากดอกเก๊กฮวย 10 กรัมทุกวันเป็นเวลา 60 วัน พบว่ารอยดำที่ฝ้าจางลง เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับประทานผลิตภัณฑ์
  • ในการศึกษาหนึ่ง ผู้หญิงที่รับประทานคอลลาเจน 2.5–5 กรัมต่อวัน เป็นเวลา 8 สัปดาห์พบว่าผิวแห้งน้อยลงและความยืดหยุ่นของผิวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับประทานคอลลาเจน
  • การศึกษาอื่น ผู้หญิงที่ดื่มเครื่องดื่มผสมกับคอลลาเจนทุกวันเป็นเวลา 12 สัปดาห์พบว่าผิวมีความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้นและความลึกของริ้วรอยลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม
  • ผลการลดริ้วรอยของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนเป็นผลมาจากความสามารถในการกระตุ้นให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนด้วยตัวเอง นอกจากนี้ การเสริมคอลลาเจนอาจส่งเสริมการผลิตโปรตีนอื่นๆ ที่ช่วยเสริมโครงสร้างผิวรวมทั้งอีลาสตินและไฟบริลลิน
  • การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีคอลลาเจนอาจช่วยชะลอความแก่ของผิวได้ อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนยิ่งขึ้นจากการศึกษาเพื่อตรวจสอบผลของคอลลาเจนในตัวมันเอง
ฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใสด้วย คอลลาเจน คอมเพล็กซ์ฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใสด้วย คอลลาเจน คอมเพล็กซ์

ส่วนผสมที่มักพบในผลิตภัณฑ์คอลลาเจน

คอลลาเจน คอมเพล็กซ์ ประกอบด้วย คอลลาเจนเปปไทด์จากปลาทะเล เปปไทด์จากถั่วเหลือง และสารสกัดจากดอกเก๊กฮวยขาว มีคุณสมบัติที่ส่งเสริมการทำงานของกันและกันในการเพิ่มการสร้างคอลลาเจนในร่างกาย

1. คอลลาเจนเปปไทด์จากปลาทะเล มีกรดอะมิโน ไกลซีน โพรลีน และไฮดรอกซีโพรลีน ที่สามารถดูดซึมนำไปสร้างเป็นคอลลาเจนภายในร่างกายได้ดี และยังมีคุณสมบัติเพิ่มการสร้างกรดไฮยาลูรอนิกที่ช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นในผิว

2. เปปไทด์จากถั่วเหลือง มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ยอดเยี่ยมโดยธรรมชาติ และยังมีงานวิจัยพบว่าเปปไทด์จากถั่วเหลืองมีส่วนช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 1 ซึ่งพบมากที่ผิวหนัง

3. สารสกัดจากดอกเก๊กฮวยขาว เป็นสมุนไพรจีนที่มีการใช้เพื่อบำรุงสุขภาพกันมาอย่างยาวนาน ทั้งการใช้บำรุงตับ สายตา และผิวพรรณ เนื่องจากฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสรที่สูงมาก และเมื่อนำมาใช้ร่วมกับคอลลาเจนเปปไทด์กลับให้ผลในการลดการสร้างเม็ดสีผิวได้

คำถามยอดฮิต เรื่องการกินคอลลาเจนคำถามยอดฮิต เรื่องการกินคอลลาเจน

คำถามยอดฮิต

ถาม: การกินคอลลาเจนจะถูกดูดซึมไปที่ผิวได้จริงหรือ?

ตอบ: คอลลาเจนที่ถูกย่อยจะให้กรดอะมิโนชนิดที่เฉพาะเจาะจง (Hydroxyproline) ซึ่งร่างกายนำไปสร้างเป็นคอลลาเจนทั่วร่างกาย รวมถึงผิวหนัง

ถาม: ร่างกายสร้างคอลลาเจนได้เอง แล้วทำไมต้องกินเสริมอีก?

ตอบ: เพราะอายุที่มากขึ้น ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนลดลง จนไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ส่งผลให้ผิวหย่อนคล้อย เหี่ยวย่นได้

และการเสริมคอลลาเจนมีความเกี่ยวข้องกับประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ ทั้งการช่วยปรับปรุงสุขภาพผิวโดยการเพิ่มความยืดหยุ่น ลดริ้วรอย และความแห้งกร้าน นอกจากนี้ยังอาจช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกและบรรเทาอาการปวดข้อ ยังมีรายงานถึงประโยชน์อื่น ๆ ของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจน แต่ยังไม่มีการศึกษาการอ้างอิงมาสนับสนุนมากนัก และแม้ว่าอาหารธรรมชาติหลายชนิดจะมีคอลลาเจน แต่ก็ไม่ทราบว่าคอลลาเจนในอาหารให้ประโยชน์เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือไม่

ไฟโตอินฟิวส์ ไฟโตเซราไมด์ เทียบกับ คอลลาเจน คอมเพล็กซ์ไฟโตอินฟิวส์ ไฟโตเซราไมด์ เทียบกับ คอลลาเจน คอมเพล็กซ์

ตัวช่วยฟื้นฟูผิวที่ต่างกัน แต่ทำงานเสริมกันและกัน

ไฟโตอินฟิวส์ สารสกัดวูล์ฟเบอรี่ เมล็ดองุ่น และเชอโรกีโรสฮิป และไฟโตเซราไมด์ เซราไมด์จากข้าวสาลี เปรียบเหมือนเราเพิ่มคนงานและเครื่องจักรให้สร้างคอลลาเจนได้มากขึ้น และช่วยเป็นเกราะป้องกันผิวจากภายนอก

คอลลาเจน คอมเพล็กซ์ คอลลาเจนจากปลาทะเลน้ำลึกและถั่วเหลือง และสารสกัดจากดอกเก๊กฮวยขาว เปรียบเหมือนวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตคอลลาเจนในร่างกาย ช่วยปรับเม็ดสีผิวและช่วยให้ผิวยืดหยุ่น

คัดลอกลิงก์สำเร็จ !